ป่าพรุควนเคร็งตั้งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญของประเทศไทย
ป่าพรุเป็นป่าที่มีลักษณะเฉพาะ โดยมีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา ทำให้ดินในพื้นที่มีลักษณะเปียกชื้นและเป็นดินอินทรีย์ที่เกิดจากการสะสมของพืชและซากสัตว์ที่ยังไม่สลายตัวอย่างสมบูรณ์ สภาพเช่นนี้ ทำให้พื้นที่ป่าพรุควนเคร็งมีระบบนิเวศที่หลากหลายและมีความสำคัญทางด้านนิเวศวิทยาอย่างมาก (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, 2567)
ในอดีตปัญหาไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง เมื่อปริมาณน้ำในพื้นที่ลดลงและดินพรุเริ่มแห้ง การเผาไหม้ในพื้นที่พรุมีความรุนแรงมาก เนื่องจากดินพรุมีปริมาณอินทรีย์สารสูง ทำให้ไฟลุกลามได้ง่ายและเกิดการเผาไหม้ที่ยาวนาน ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เพียงแค่ทำลายพรรณไม้และสัตว์ป่า แต่ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงการป้องกันและควบคุมไฟป่า
ในปี 2562 ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง มีไฟป่ารวมจำนวน 97 ครั้ง รวมพื้นที่ 14,493 ไร่ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในส่วนการดําเนินงานในการแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุ ได้มีการกําหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง ไว้ 3 แนวทาง คือ การจัดตั้งสายตรวจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง การจัดชุดตรวจสอบการถือครองที่ดิน ในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง และการปฏิบัติการควบคุมไฟป่า ซึ่งแนวทางที่ 3 นี้จําเป็นต้องอาศัยการทํางานแบบ บูรณาการเข้ามาช่วยเพื่อให้เกิดผลอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ ประกอบด้วย 1) ตั้งกองอํานวยการควบคุมไฟป่าป่าพรุควนเคร็ง (เฉพาะกิจ) จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) จัดการสนธิกําลังเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมไฟป่าของหน่วยงานในพื้นที่ 3) การจัดระดมกําลังเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าของสํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์และ 4) การประสานงานและบูรณาการการแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งกับหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งแนวทางที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นมีความจำเป็นต้องใช้อัตรากำลังคนและงบประมาณในการดำเนินการที่ค่อนข้างสูง โครงการวิจัยในครั้งนี้ จึงได้เสนอให้นำเทคโนโลยีและการจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพมีความสำคัญในเชิงการป้องกันและควบคุมไฟป่า ระบบเฝ้าระวังไฟป่าพรุควนเคร็ง จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการไฟป่า การจัดการความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบเฝ้าระวังไฟป่าพรุควนเคร็งให้กับเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง บุคลากรขององค์กรปกครองท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการมีความรู้และทักษะในการใช้งานระบบเฝ้าระวังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและควบคุมไฟป่า และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน อีกทั้ง การนำแพลตฟอร์มระบบรับเรื่องร้องเรียนไปใช้ประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง รวมถึงการแจ้งเรื่องร้องเรียนอื่น ๆ จากประชาชน เป็นการเพิ่มช่องทางในการสื่อสารและรับรู้ปัญหาจากชุมชน ซึ่งจะช่วยให้การบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลเคร็งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาและข้อร้องเรียนได้อย่างรวดเร็วและสะดวก การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการเรื่องร้องเรียนจึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการให้บริการสาธารณะและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนและองค์กรปกครองท้องถิ่นในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป