โครงการการจัดการความรู้เพื่อบริหารจัดการน้ำสำหรับลดความเสี่ยงอุทกภัยในลุ่มน้ำย่อยคลองนาท่อม จังหวัดพัทลุง โดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน มีวัตถุประสงค์ ได้แก่ 1) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงอุทกภัย ลุ่มน้ำย่อยคลองนาท่อม จังหวัดพัทลุง 2) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ การสำรวจและจัดทำข้อมูล สำหรับบริหารจัดการน้ำเพื่อลดความเสี่ยงอุทกภัย ลุ่มน้ำย่อยคลองนาท่อม จังหวัดพัทลุง 3) เพื่อยกระดับศักยภาพกลไกเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำย่อยคลองนาท่อม จังหวัดพัทลุง ในการบริหารจัดการน้ำเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัย โดยมีกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ เรื่องการการบริหารจัดการน้ำจากอุทกภัย การจัดทำข้อมูลสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยระดับชุมชนจำนวน 3 ตำบล และการเสริมศักยภาพกลไกชุมชนเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยของชุมชน
ผลการดำเนินการ จากการดำเนินงานมีผู้เข้าร่วมในการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้จาก 3 ตำบล ทั้งหมดจำนวน 107 คน โดยแบ่งเป็น ผู้นำชุมชน (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) จำนวน 62 คน ผู้นำท้องถิ่น จำนวน 40 คน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ชลประทานจำนวน 5 คน
โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องความเสี่ยงการบริหารจัดการน้ำจากอุทกภัย พบว่า จากการถ่ายทอดองค์ความรู้ ในระดับชุมชน ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องผ่านการสร้างกระบวนการเรียนรู้จากการประเมินจากสถานการณ์ปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และนำผู้เรียนรู้ให้เข้าใจความเสี่ยงจากการบริหารจัดการน้ำจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในที่ประชุม โดยบอกถึงสาเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่โดยการดึงข้อมูลจากการลงพื้นที่สำรวจ และยืนยันข้อมูลจากทีมผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ชลประทาน ทำให้ผู้เข้าร่วม รู้และเข้าใจความเสี่ยงของพื้นที่ ว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง เช่น ความเสี่ยงจากน้ำท่วมช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี และความเสี่ยงเรื่องการขาดน้ำในช่วงหน้าแล้ง ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี และนอกเหนือจากความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในช่วงฤดูแล้งแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่สำคัญที่เป็นภัยคุกคามในพื้นที่ ได้แก่ โครงสร้างการระบายน้ำขนาดใหญ่ หรือโครงสร้างที่ขว้างทางน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในอีกพื้นหนึ่ง แต่กลับส่งผลกระทบเรื่องการขาดแคลนน้ำในพื้นที่โครงการอีกหลายตำบลในพื้นที่ใกล้เคียง และโครงสร้างที่สร้างขึ้นส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำ เช่น เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำหรือพื้นที่ลุ่มมากขึ้น
การจัดทำข้อมูลสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำได้แก่ ข้อมูลผังน้ำชุมชน ข้อมูลสถานการณ์ปัญหา ข้อมูลประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ องค์ความรู้การเก็บข้อมูลน้ำต้นทุนและความต้องการน้ำ จำนวน 3 ตำบลพบว่า ข้อมูลผังน้ำและประวัติศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ ข้อมูลสถานการณ์ปัญหา วิธีการแก้ปัญหาและแผนการบริหารจัดการน้ำ และข้อมูลต้นทุนน้ำและความต้องการน้ำผ่านกระบวนการจัดทำข้อมูลแบบมีส่วนร่วม ทำให้ ผู้เข้าร่วมในพื้นที่ ได้แลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหาข้อเท็จจริงและทบทวนข้อมูลตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในระดับตำบลระหว่าง ท้องที่ (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (เกษตรกร) ท้องถิ่นในระดับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ร่วมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ได้แก่ ชลประทาน ทำให้เข้าใจปัญหาร่วมกัน และสามารถรวบรวมฐานข้อมูลผังน้ำที่มีแหล่งน้ำและโครงสร้างแหล่งน้ำหลักที่สำคัญทั้ง 3 ตำบล จำนวน 46 แหล่งน้ำ/โครงสร้าง และได้ฐานข้อมูลประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการน้ำของพื้นที่ตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน (ปีพ.ศ. 2500-ปัจจุบัน) ที่ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่เกี่ยวกับการจัดการน้ำมากขึ้น พร้อมรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ปัญหาด้านน้ำหลักๆ ทั้ง 3 ตำบล จำนวน 21 ปัญหาหลัก รวมไปถึงการติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กับท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งได้รวบรวมข้อมูล น้ำต้นทุนและความต้องการน้ำในพื้นที่ออกมาระดับเบื้องต้นของพื้นที่ทั้ง 3 ตำบลที่มีน้ำต้นทุนที่เพียงพอต่อความต้องการน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภค และเพียงพอต่อความต้องการด้านการเกษตรสำหรับ พืช แต่อาจไม่เพียงพอต่อการใช้น้ำเพื่อเลี้ยงสัตว์จำนวนมากหรือขยายพื้นที่ปลูกพืชเพิ่มขึ้นมากกว่านี้โดยเฉพาะฤดูแล้ง ด้วยเหตุปัจจัยที่ใช้น้ำไม่เพียงพอไม่ใช่น้ำต้นทุนเดิมมีน้อย แต่เกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่ไม่ทั่วถึงในระดับพื้นที่ อีกทั้งมีปัญหาโครงสร้างแหล่งน้ำชำรุด ดังนั้นข้อมูลที่ศึกษาจากระบวนการถ่ายอดความรู้ขั้นต้นสามารถนำไปดำเนินการรวบรวมข้อมูล และหาแนวทางแก้ปัญหาที่ที่ตรงจุดและต่อยอดในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่ต่อไป
องค์ความรู้เรื่องการเสริมศักยภาพกลไกชุมชนเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยของชุมชน พบว่า การสร้างองค์ความรู้ที่ให้กลุ่มเป้าหมายระดับตำบลที่อยู่ในบริเวณลุ่มน้ำเดียวกันใช้น้ำร่วมกัน ได้สะท้อนปัญหาร่วมกัน ทำให้เกิดความตระหนักและให้ความสำคัญในเรื่องของข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำภาพรวมตั้งแต่ต้นการเลือก 3 ตำบลนำร่องในการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจนมากขึ้น โดยการทำข้อมูลผังน้ำและประวัติศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ ข้อมูลสถานการณ์ปัญหา แนวทางการแก้ปัญหาและแผนการบริหารจัดการน้ำ รวมไปถึง ข้อมูลต้นทุนน้ำและความต้องการน้ำ และจัดเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันทำให้เห็นศักยภาพของผู้นำระดับท้องที่ ท้องถิ่น ของแต่ละพื้นที่มากขึ้น และที่สำคัญการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเครือข่ายการบริหารจัดการน้ำระหว่างตำบลในลุ่มน้ำคลองนาท่อม ทำให้มองเห็นข้อจำกัดและช่องว่างที่ไม่สามารถแก้ปัญหาก่อนหน้านี้ได้ การแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดความเข้าใจถึงข้อจำกัด และนำไปสู่การหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน หรือหาตรงกลางที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ซึ่งการสร้างเวทีกลางที่มีกลไกกลางจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและต้องหนุนเสริมองค์ความรู้ เครื่องมือการทำงานทั้งระดับพื้นที่ ท้องที่ ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมการบริหารจัดการน้ำที่เพิ่มประสิทธิภาพในระดับพื้นที่มากขึ้นต่อไป