ในประเทศไทย งานศึกษาเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคมมักมีจุดเน้นที่การศึกษานโยบายหรือรูปแบบการจัดสวัสดิการสังคมทั้งที่เป็นอยู่และที่ควรเป็น ซึ่งล้วนแล้วแต่ช่วยให้เห็นภาพของปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคมไทย ในขณะเดียวกัน งานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคมก็ปรากฏให้เห็นอย่างหลากหลาย ทั้งที่ศึกษาความเป็นมา ปัจจัยความสำเร็จ หรือแนวทางการพัฒนานวัตกรรม องค์ความรู้เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นฐานที่สำคัญของการพัฒนานวัตกรรม “มีสิทฺธิ”
“มีสิทฺธิ” นวัตกรรมสำหรับการจัดสวัสดิการสังคมเฉพาะบุคคลได้รับการต่อยอดจากองค์ความรู้ข้างต้นและ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้นำเอาข้อค้นพบของงานวิจัยในช่วงปี พ.ศ.2559-2561 ของ ฉัตรทิพย์ ชัยฉกรรจ์ และ ดารารัตน์ คำเป็ง (2560, 2562) และ ฉัตรทิพย์ ชัยฉกรรจ์, ดารารัตน์ คำเป็ง และ อัษฎาวุธ มงคลแก้ว (2561a, 2561b) มาเป็นฐานของการริเริ่ม ซึ่งในช่วงเริ่มต้น “มีสิทฺธิ” ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการประมวลผลข้อมูลเฉพาะบุคคลกับข้อมูลนโยบายสวัสดิการสังคม จากนั้นได้รับการพัฒนาสู่นวัตกรรมในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม เช่น บอร์ดเกม การ์ดเกม แชทบอท แพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นต้น
ท่ามกลางการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ได้แก่ มหาวิทยาลัยพะเยา สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หน่วยบริหารและจัดการทุนเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ และห้องปฏิบัติการนโยบายสาธารณะประเทศไทย ในช่วงปี 2561-2565 “มีสิทฺธิ” สามารถสร้างผลกระทบได้ใน 3 ด้าน ได้แก่ (1) ผลกระทบด้านสังคม เช่น เกิดนักวิจัยชาวบ้าน/นวัตกรชาวบ้านในการร่วมพัฒนาพื้นที่แห่งการเรียนรู้สวัสดิการสังคม เกิด Learning and innovation platform (2) ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เช่น อัตราการเกิดลดลงของมูลค่าการเสียโอกาสทางเศรษฐกิจในชุมชน ลดลง 35% (3) ผลกระทบด้านวิชาการ เช่น เกิดการเรียนรู้ของนิสิตและชุมชนในประเด็นสวัสดิการสังคมจากการเข้าร่วมเรียนรู้ผ่านแอพพลิเคชั่น และสื่อการเรียนรู้ด้านสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับเยาวชนและประชาชนทั่วไป
ในปีงบประมาณ 2566 “มีสิทฺธิ” ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อต่อยอดการพัฒนานวัตกรรม “มีสิทฺธิ” สู่การเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลและขยายผลการใช้งานร่วมกันกับองค์กรชุมชนท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายหลักของการดำเนินโครงการ 4 ประการ ได้แก่ การพัฒนาระบบคำนวณสิทธิและระบบการจัดการข้อมูลสมาชิกให้เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ การพัฒนาระบบคำนวณสิทธิให้มีความถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบเกม และการสร้างคนและเครือข่ายการทำงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมเฉพาะบุคคล ผลการดำเนินงานระยะ 12 เดือน (เม.ย. 66 - มี.ค. 67) โครงการวิจัยสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งสี่ได้ ยกตัวอย่างผลการดำเนินงานที่สำคัญเช่น การฃยายเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นจากเดิม 3 พื้นที่ เป็น 10 พื้นที่ การพัฒนาบอร์ดเกมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ในการประกวดของ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันจากทั่วประเทศ การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล “มีสิทฺธิ” ที่พร้อมต่อการใช้งาน
ด้วยความพร้อมของนวัตกรรม “มีสิทฺธิ” ที่ได้รับการพัฒนาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โครงการนี้จึงได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อจัดการความรู้ที่เกิดขึ้นผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม แล้วสรุปและถอดเป็นชุดองค์ความรู้ที่สามารถสื่อสารและถ่ายทอดไปยังอีก 3 ชุมชนที่สนใจจะร่วมเรียนรู้ในประเด็นการจัดสวัสดิการสังคมเฉพาะบุคคล อันได้แก่ ชมรมน้ำกว๊านสีรุ้ง จังหวัดพะเยา และ อบต.หัวดอน จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม “มีสิทฺธิ” ที่ประกอบด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลและบอร์ดเกมให้กับกลุ่มเป้าหมายใน 3 พื้นที่ข้างต้น โดยจะเป็นการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือระหว่างคณะผู้วิจัยกับ 10 ชุมชนที่เป็นเครือข่ายการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2566 ในการร่วมจัดกิจกรรมและเป็นนักจัดการความรู้เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม “มีสิทฺธิ”
การดำเนินโครงการนี้มีขอบเขตการดำเนินงานใน 2 ส่วนหลัก ส่วนแรก คือ การจัดการความรู้ ที่จะดำเนินการใน 2 ช่วง คือ (1) ช่วงเดือนที่ 1-3 ซึ่งเป็นการจัดการความรู้จากการดำเนินงานที่ผ่านมาของ “มีสิทฺธิ” และ (2) ช่วงเดือนที่ 8-10 ที่จะเป็นการจัดการความรู้และสรุปบทเรียนที่ได้จากการดำเนินโครงการนี้ ส่วนที่สอง คือ การถ่ายทอดเทคโนโลยี จะดำเนินการผ่าน 6 กิจกรรมหลัก ได้แก่ (1) การประชุมหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนเริ่มกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีกับกลุ่มเป้าหมาย (2) การฝึกอบรมนักจัดการความรู้จาก 10 ชุมชนที่เป็นเครือข่ายการดำเนินงานในปี 2566 (3) กิจกรรมเชิงปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดพะเยา (4) กิจกรรมเชิงปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี (5) การสรุปบทเรียนและองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างนักวิจัย นักจัดการความรู้ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย