โครงการ การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการเลี้ยงผึ้ง สำหรับเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการเลี้ยงผึ้งสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดขอนแก่น 2. เพื่อพัฒนาชุดความรู้จากงานวิจัย ออกแบบกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการที่เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่การเลี้ยงผึ้งของเกษตรกร ซึ่งประกอบไปด้วย การจัดการองค์ความรู้จากงานวิจัยของคณะผู้วิจัยดังนี้ 1. ผึ้งพันธุ์บัคฟาสต์ (Apis mellifera : ARDA 1) เป็นผึ้งพันธุ์ลูกผสมที่ได้พัฒนาขึ้นจากการใช้เทคโนโลยี AI (Artificial insemination) เพื่อผลิตนางพญาผึ้งสายพันธุ์ดี โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ปีงบประมาณ 2563 ผลงานวิจัยจากความร่วมมือของ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพะเยา และ บริษัทเชียงใหม่เฮลตี้โปรดักส์ จำกัด ผึ้งสายพันธุ์นี้มีคุณสมบัติพิเศษที่โดดเด่น คือ ไข่ดก ประชากรผึ้งงานแข็งแรง ขนาดลำตัวใหญ่ เชื่อง ไม่ดุร้าย ได้ผลผลิตน้ำผึ้งสูง จากการเก็บข้อมูลภาคสนามในพื้นที่เลี้ยงจริงของ ธนชาติฟาร์มผึ้ง ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ร่วมโครงการนำร่องการเลี้ยงผึ้งพันธุ์บัคฟาสต์ลูกผสม ในปี 2565-2566 พบว่าผึ้งสามารถเจริญเติบโตได้ดี ประชากรผึ้งงานแข็งแรง และผลผลิตน้ำผึ้งสูงกว่าสายพันธุ์เดิมที่เลี้ยงมากกว่า 30% สร้างรายได้เพิ่มต่อรอบการเก็บน้ำผึ้งเป็นที่พอใจของเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งเป็นอย่างมาก ทางคณะผู้วิจัยจึงส่งเสริม และขยายผลการเลี้ยงผึ้งพันธุ์บัคฟาสต์ (Apis mellifera : ARDA 1) สู่ภาคการผลิตเชิงพาณิชย์สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งของไทยในภูมิภาคต่างๆ 2. องค์ความรู้ พัฒนาวิธีการผลิตแผ่นรังเทียมอย่างง่ายเพื่อลดต้นทุนการเลี้ยงผึ้งของเกษตรกร สามารถผลิตได้เองในระดับครัวเรือน ผลิตแม่พิมพ์ซิลิโคนเพื่อเป็นต้นแบบการผลิตแผ่นรังเทียมจากไขผึ้งแท้ โดยแม่พิมพ์ซิลิโคนที่ผลิตได้มีแผ่นปิดด้านบน น้ำหนัก 1 กิโลกรัม และ แผ่นฐานหนัก 2 กิโลกรัม ใช้แผ่นรังเทียมพลาสติกขนาดกว้าง 20.5 เซนติเมตร ยาว 4 เซนติเมตร ในเนื้อที่ 1 ตารางนิ้ว มีจำนวน 55 หลอดรวงทั้งสองด้านเป็นต้นแบบในการผลิตแม่พิมพ์ ผลการทดสอบประสิทธิภาพแม่พิมพ์ซิลิโคน พบว่า ผลิตได้ 15 แผ่นต่อชั่วโมง ไขผึ้งหนึ่งกิโลกรัมผลิตแผ่นรังเทียมได้ 12 แผ่น ต้นทุนการผลิตแผ่นรังเทียม 13 บาทต่อแผ่น เมื่อเทียบกับราคาที่จำหน่ายจากผู้ผลิต 45 บาทต่อแผ่น (ลดต้นทุน 32 บาทต่อแผ่น) ทดสอบการยอมรับแผ่นรังเทียมของผึ้งงานโดยการเลี้ยงในระบบฟาร์มของเกษตรกร เปรียบเทียบกับแผ่นรังเทียมที่มีจำหน่ายตามท้องตลาด โดยผึ้งงานทำการสร้างหลอดรวงรังในแผ่นรังเทียมที่ผลิตได้จากงานวิจัย ในวันที่ 3 และ ในวันที่ 5 ของแผ่นรังเทียมที่จำหน่ายตามท้องตลาด จำนวนตัวอ่อนและดักแด้ผึ้ง ในแผ่นรังเทียมที่ได้จากงานวิจัย แสดงให้เห็นว่าแผ่นรังเทียมที่ผลิตได้จากงานวิจัยสามารถใช้ทดแทนแผ่นรังเทียมที่จำหน่ายตามท้องตลาด อย่างไรก็ตามจากผลการทดลอง พบว่าผึ้งงานมีการยอมรับและสร้างหลอดรวงรังในแผ่นรังเทียมที่ผลิตได้จากงานวิจัยในระยะเวลาที่รวดเร็วกว่า อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนค่าแผ่นรังเทียม เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ผลิตแผ่นรังเทียมใช้เองจากไขผึ้งแท้ที่ได้จากฟาร์ม 3. นวัตกรรมอาหารเสริมจากวัตถุดิบในท้องถิ่นสำหรับเลี้ยงผึ้งทดแทนแหล่งเกสรดอกไม้จากธรรมชาติ โดยใช้วัตถุดิบหลักจากเกสรข้าวโพดในพื้นที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน วัตถุดิบแป้งถั่วเหลืองโปรตีนสูง ร่วมกับหางนม เชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติ เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและประสิทธิภาพในการดูดซึมอาหารของผึ้ง และกล้วยน้ำว้าสุกงอม การต่อยอดนวัตกรรมจากสิ่งใกล้ตัวหรือวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นเป็นสิ่งที่สามารถสร้างมูลค่ากลับมาสู่ชุมชนได้ 4. องค์ความรู้การเลี้ยงผึ้งในรัง 2 ชั้น ที่กั้นด้วยแผ่นกั้นนางพญา ผึ้งที่เลี้ยงในรัง 2 ชั้น จะมีประชากรผึ้งงานเท่ากับผึ้งในรังชั้นเดียว 2 รังรวมกัน โดยมีนางพญาผึ้งเพียงตัวเดียว จะให้ผลผลิตน้ำผึ้งมากกว่าเลี้ยงแบบรังชั้นเดียวถึง 30% และน้ำผึ้งที่ได้มีความหนืดมากกว่าและมีความชื้นหรือมีน้ำเป็นส่วนประกอบต่ำกว่า เนื่องจากนางพญาผึ้งที่ถูกกักไว้ภายในรังชั้นล่างจะไม่สามารถขึ้นไปวางไข่ในรังชั้นบนได้ ทำให้พื้นที่หลอดรวงชั้นบนเป็นพื้นที่ของการกักเก็บน้ำผึ้งเพียงอย่างเดียว เมื่อปล่อยให้ผึ้งปิดหลอดรวงรัง จะได้น้ำผึ้งคุณภาพดี สามารถจำหน่ายได้ในราคที่สูงกว่า โดยมีการตรวจติดตามความสำเร็จของโครงการจากการเก็บข้อมูล รายรับ-รายจ่าย การเลี้ยงผึ้งของเกษตรกร ก่อน และ หลัง จากที่เข้าร่วมโครงการ และผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำผึ้งจาก ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่ ตามเกณฑ์ของ มกษ. 8003-2556 (น้ำผึ้ง) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
การถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (องค์ความรู้ที่ 1 และ 4) การลดต้นทุนการเลี้ยงผึ้ง (องค์ความรู้ที่ 2 และ 3) ซึ่งดำเนินการร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดขอนแก่น และ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นต้นแบบสู่การพัฒนาส่งต่อองค์ความรู้สู่พื้นที่การเลี้ยงผึ้งของประเทศไทย จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งมีความสอดคล้องกับรูปแบบของเศรษฐกิจ BCG ผลิตภัณฑ์จากผึ้งล้วนมีมูลค่าสูง น้ำผึ้ง เกสรผึ้ง ไขผึ้ง พิษผึ้ง พรอพอลิส นมผึ้ง สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกทั้งสามารถนำรวงผึ้งเก่ากลับมาหลอมเพื่อสกัดไขผึ้งผลิตแผ่นรังเทียมกลับมาใช้ใหม่ และผึ้งยังช่วยผสมเกสรพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญ พืชพรรณต่างๆ ในระบบนิเวศตามธรรมชาติให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ สร้างการจ้างงานในชุมชนที่มีการเลี้ยงผึ้ง กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างเศรษฐกิจให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน