ปัจจุบันการเลี้ยงจิ้งหรีดได้รับความนิยมอย่างสูงและกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างยิ่ง ซึ่ง องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agricultural Organization, FAO) แนะนำให้ แมลง เป็นอาหารสำหรับประชากรในอนาคตเนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ซึ่งจิ้งหรีดเป็นแมลงเศรษฐกิจ อย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้เกิดอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเชิง พาณิชย์ การเลี้ยงจิ้งหรีดในประเทศไทยนิยมเลี้ยงกันมากขึ้นเนื่องจากหาวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นและลงทุนต่ำ โดยการเลี้ยงจิ้งหรีดให้ได้คุณภาพต้องคำนึงถึงปัจจัยที่สำคัญได้แก่ สายพันธุ์ อาหารที่ใช้เลี้ยงจิ้งหรีด และ การจัดการฟาร์ม อย่างไรก็ตามปัจจัยที่สำคัญคือต้นทุนทางด้านอาหารจิ้งหรีดมากถึง ร้อยละ 60-70 ซึ่ง ปัจจุบันราคาวัตถุดิบมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดต้องแบก รับภาระต้นทุนทางด้านอาหารที่สูงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีผลกำไรลดลง คณะผู้วิจัยจึงได้นำองค์ความรู้มา พัฒนาการนำใช้วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นเพื่อนำมาเป็นอาหารจิ้งหรีดต้นทุนต่ำเพื่อลดต้นทุนการผลิตจึงเป็นสิ่งที่ สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต และเกษตรกรสามารถลดการพึ่งพา ปัจจัยภายนอก มีรายได้เพิ่มขึ้นมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับองค์ ความรู้และนวัตกรรมที่จะถ่ายทอดสู่กลุ่มเกษตรกร ได้แก่ การผลิตอาหารจิ้งหรีดต้นทุนต่ำโดยใช้วัตถุดิบใน ท้องถิ่น การผลิตอาหารโปรตีนสูงสำหรับจิ้งหรีด การผลิตอาหารหมักโดยใช้เชื้อยีสต์ การเพิ่มมูลค่าจิ้งหรีด ด้วยการแปรรูป ได้แก่ ข้าวเกรียบจิ้งหรีด ข้าวเกรียบจิ้งหรีดผสมสมุนไพรรสต้มยำ น้ำพริกนรกจิ้งหรีด เป็น ต้น การผลิตปุ๋ยจากมูลจิ้งหรีดอัดเม็ด จำนวนผู้เข้ารับการถ่ายทอดทั้งหมด 250 ราย ในพื้นที่จังหวัด นครพนม และจังหวัดมุกดาหาร สรุปผลการดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรกรที่เข้าร่วมรับการ ถ่ายทอดองค์ความรู้มีผลการทดสอบความรู้ก่อนรับการถ่ายทอดองค์ความรู้เท่ากับร้อยละ 31.4 มีค่าผลการ ทดสอบหลังรับการถ่ายทอดองค์ความรู้เท่ากับร้อยละ 78.9 ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมมีค่าผลการทดสอบหลังรับ การถ่ายทอดองค์ความรู้สูงกว่าก่อนรับการถ่ายทอดองค์ความรู้ร้อยละ 47.5 นอกจากนี้ผลการประเมิน ความพึงพอใจและการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในระดับความพึงพอใจมากที่สุดเกษตรกรสามารถนำความรู้ ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้ปฏิบัติได้ในฟาร์มของตนเอง หลังจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ได้มีการติดตาม ติดตามประเมินผลการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์พบว่า ความรู้ที่ได้รับสามารถนำมาใช้ประโยชน์ใน การจัดการด้านอาหารจิ้งหรีดโดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารลงอย่างน้อยร้อยละ 39.5 ส่งผลให้ เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 19,950 บาทต่อรอบการผลิต 41 วัน (เลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อขนาดกว้าง 1.2 เมตร ยาว 2.4 เมตร สูง 0.6 เมตร จำนวน 10 บ่อ) เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน การเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและเกิดการใช้ทรัพยากรวัตถุดิบ อาหารที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม