ปัจจุบันการเลี้ยงแพะได้รับความนิยมอย่างสูงและกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างยิ่ง กลุ่มผู้เลี้ยง แพะในเขตพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพหลักทำการเกษตร ได้แก่ ทำนา ทำไร่ เลี้ยงปศุ สัตว์ และเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริม ในปัจจุบันพบว่าการเลี้ยงแพะของกลุ่มเกษตรประสบกับปัญหาต้นทุนการ ผลิตหรือการเลี้ยงมีแนวโน้มที่สูงขึ้นโดยต้นทุนทางด้านอาหารคิดเป็นร้อยละ 60 ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ซึ่ง ปัจจุบันราคาวัตถุดิบมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะต้องแบกรับภาระ ต้นทุนทางด้านอาหารที่สูงขึ้น การนำองค์ความรู้มาพัฒนาการนำใช้วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นเพื่อนำมาเป็นอาหาร แพะต้นทุนต่ำตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อลดต้นทุนการผลิตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินโครงการฟาร์มตัวอย่างในหลายพื้นที่เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของ เกษตรกร ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรประกอบอาชีพที่มั่นคงและส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆเพื่อเป็นแหล่ง อาหารในพื้นที่ โครงการการถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตอาหารอัดเม็ดคุณภาพสูงแบบพึ่งพา ตนเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะอย่าง ยั่งยืน ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตอาหารอาหารอัดเม็ด คุณภาพสูงและอาหารสัตว์ต้นทุนต่ำโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นสำหรับเป็นอาหารแพะ เพื่อสร้างคู่มือองค์ความรู้ นวัตกรรมการผลิตอาหารอาหารอัดเม็ดคุณภาพสูงแบบพึ่งพาตนเอง และเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และหาแนวทางขยายผลการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน สำหรับองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ ถ่ายทอดสู่กลุ่มเกษตรกรได้แก่ องค์ความรู้การอัดเม็ดอาหารสัตว์คุณภาพสูง องค์ความรู้การผลิตอาหารข้น ต้นทุนต่ำโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น องค์ความรู้การผลิตอาหารหมักคุณภาพสูงโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น องค์ ความรู้การจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์ องค์ความรู้การจัดการฟาร์มและการเลี้ยงแพะที่ถูกหลักวิชาการ จำนวน ผู้เข้ารับการถ่ายทอดทั้งหมด 207 ราย สรุปผลการดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ เกษตรกรที่เข้าร่วมรับการ ถ่ายทอดองค์ความรู้มีผลการทดสอบความรู้ก่อนรับการถ่ายทอดองค์ความรู้เท่ากับร้อยละ 30.1 มีค่าผลการ ทดสอบหลังรับการถ่ายทอดองค์ความรู้เท่ากับร้อยละ 76.4 ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมมีค่าผลการทดสอบหลังรับการ ถ่ายทอดองค์ความรู้สูงกว่าก่อนรับการถ่ายทอดองค์ความรู้ร้อยละ 46.3 นอกจากนี้ผลการประเมินความพึง พอใจและการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด หลังจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ได้มี การติดตามติดตามประเมินผลการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการจัดการด้านอาหารแพะโดยสามารถลด ค่าใช้จ่ายด้านอาหารลงได้มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 33.0 มีการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์เพื่อลดรายจ่ายและเพิ่ม รายได้ในระดับมากร้อยละ 80 และนำความรู้ที่ได้จากการอบรมไปเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ในระดับ มากร้อยละ 87 เกษตรกรนำองค์ความรู้ที่ได้จากการอบรมไปประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงแพะและการลดต้นทุนการ ผลิต ลดรายจ่ายสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนสู่รูปแบบการเลี้ยงปศุสัตว์ตามแนวพระราชดำริอย่าง ยั่งยืน