การเลี้ยงโคเนื้อในจังหวัดร้อยเอ็ดมีโคเนื้อทั้งหมดจำนวน 411,898 ตัว และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จำนวน 89,430 ราย จังหวัดมุกดาหารมีโคเนื้อทั้งหมดจำนวน 85,769 ตัว และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจำนวน 20,058 ราย และจังหวัดนครพนมมีโคเนื้อทั้งหมดจำนวน 154,481 ตัว และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจำนวน 30,706 ราย ในปัจจุบันพบว่าการเลี้ยงโคเนื้อของกลุ่มเกษตรประสบกับปัญหาต้นทุนการผลิตหรือการเลี้ยงมี แนวโน้มที่สูงขึ้นโดยต้นทุนทางด้านอาหารคิดเป็นร้อยละ 60 ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด การพัฒนาการนำใช้ วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นเพื่อนำมาเป็นอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุนการผลิตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้อาชีพการเลี้ยงโคเนื้อได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของภาครัฐโดย ผ่านโครงการธนาคารโค-กระบือ ตามแนวพระราชดำริ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนได้มีโอกาสมีโค กระบือ ไว้ใช้แรงงานเป็นของตนเอง การเลี้ยงโคเนื้อ กระบือ ถือเป็นช่องทางสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เพิ่มขึ้น สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพเกษตรเชิงเดี่ยวได้ โครงการการถ่ายทอดองค์ความรู้ และนวัตกรรมการผลิตอาหารอัดเม็ดคุณภาพสูงแบบพึ่งพาตนเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มขีด ความสามารถทางการแข่งขันของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้ออย่างยั่งยืน ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อถ่ายทอด เทคโนโลยีการผลิตอาหารสำหรับโคเนื้อแก่เกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัด มุกดาหาร และจังหวัดนครพนม เพื่อสร้างคู่มือองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตอาหารอาหารอัดเม็ด คุณภาพสูงและอาหารสัตว์ต้นทุนต่ำโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นสำหรับเป็นอาหารโคเนื้อ สำหรับองค์ความรู้และ นวัตกรรมที่ถ่ายทอดสู่กลุ่มเกษตรกรได้แก่ องค์ความรู้การอัดเม็ดอาหารสัตว์คุณภาพสูง องค์ความรู้การผลิต อาหารข้นผสมใช้เองภายในฟาร์ม องค์ความรู้การผลิตอาหารหมักคุณภาพสูงโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น องค์ ความรู้การผลิตอาหารอัดก้อนคุณภาพสูงสมุนไพร องค์ความรู้การจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์ องค์ความรู้การ จัดการฟาร์มและการเลี้ยงโคเนื้อที่ถูกหลักวิชาการ จำนวนผู้เข้ารับการถ่ายทอดทั้งหมด 356 ราย สรุปผลการ ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรกรที่เข้าร่วมรับการถ่ายทอดองค์ความรู้มีผลการทดสอบความรู้ก่อนรับ การถ่ายทอดองค์ความรู้เท่ากับร้อยละ 37.1 มีค่าผลการทดสอบหลังรับการถ่ายทอดองค์ความรู้เท่ากับร้อยละ 80.4 ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมมีค่าผลการทดสอบหลังรับการถ่ายทอดองค์ความรู้สูงกว่าก่อนรับการถ่ายทอดองค์ ความรู้ร้อยละ 43.3 นอกจากนี้ผลการประเมินความพึงพอใจและการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในระดับความพึง พอใจมากที่สุด หลังจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ได้มีการติดตามติดตามประเมินผลการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ ประโยชน์ในการจัดการด้านอาหารโคเนื้อโดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารลงได้มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 36.2 มีการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์เพื่อลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ในระดับมากร้อยละ 90 และนำความรู้ที่ได้ จากการอบรมไปเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ในระดับมากร้อยละ 87 การอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และ เทคโนโลยีในครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีเกษตรกรนำองค์ความรู้ที่ได้จากการอบรมไปประยุกต์ใช้ใน การเลี้ยงโคเนื้อและการลดต้นทุนการผลิตเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตโคเนื้อลดรายจ่ายสร้างรายได้และพึ่งพา ตนเองได้อย่างยั่งยืนสู่รูปแบบการเลี้ยงปศุสัตว์ตามแนวพระราชดำริอย่างยั่งยืน