งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ด้านสุขภาพองค์รวมของผู้สูงอายุและบทบาทสตรีในชุมชนชาติพันธุ์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุแบบมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้กับผู้สูงอายุในชุมชนชาติพันธุ์ และเพื่อสร้างคู่มือในการส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุแบบมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผลการวิจัยพบว่าการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุควรเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่ครอบคลุมสุขภาวะในหลายมิติ ประกอบด้วย สุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาวะทางสังคม และสุขภาวะทางเศรษฐกิจ โดยเป็นการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและความรู้สมัยใหม่ และควรเป็นการดูแลสุขภาพแบบมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในทุกขั้นตอน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุสามารถต่อรองอัตลักษณ์ความเป็นผู้สูงวัย ในฐานะผู้ที่มีศักดิ์ศรี มีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม ดูแลตัวเองและผู้อื่นได้ ไม่ใช่เป็นเพียง “ผู้พึ่งพิง” และเนื่องจากผู้หญิงเป็นผู้มีบทบาทหลักในการดุแลผู้สูงอายุ จึงควรจัดให้มีกระบวนการศึกษาเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในมุมมองเพศภาวะ ที่ทำให้ผู้ที่ทำงานกับผู้สูงอายุและผู้สูงอายุตระหนักถึงการกดทับและความไม่เป็นธรรมหรือการเลือกปฏิบัติทางเพศที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งแตกต่างจากการศึกษาในแนวอื่นที่มักให้ภาพเหมารวมทางเพศ มองความเป็นเพศที่แฝงอยู่ภายใต้ความสูงอายุและมองว่าผู้สูงอายุมีความต้องการเหมือนๆ กัน ทำให้ส่งผลต่อนโยบายหรือวิถีปฏิบัติที่ปิดกั้นการเข้าถึงการให้บริการของรัฐ การปิดกั้นศักยภาพของผู้สูงอายุด้วยอคติทางเพศและวัย และมองว่าผู้สูงอายุเป็นผู้อ่อนแอ พึ่งพิงทางเศรษฐกิจและแรงงานที่ทับซ้อนกับความเป็นเพศภาวะ ทำให้ไม่ได้รับรู้ความต้องการของผู้สูงอายุอย่างแท้จริง