แม่น้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ Ramsar Site ลำดับที่ 15 ของไทย และเป็นลำดับที่ 2,420 ของโลก ซึ่งพื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์ปลาน้ำจืด อย่างน้อย 124 ชนิด คุณภาพของน้ำในแหล่งน้ำสงครามอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่พบตะกั่ว สารหนู และปรอทในแหล่งน้ำ เมื่อนำปลาในแหล่งน้ำมาตรวจคุณค่าทางโภชนาการ พบ โปรตีน 65.3% ไขมัน 12.16% และแคลเซียม 36.72% นอกจากนี้ชุมชนในพื้นที่ยังใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำสงครามตอนล่างในการสร้างอาชีพประมงพื้นบ้าน และแปรรูปปลาตากแห้ง สร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้คนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง จะเห็นได้ว่าแม่น้ำสงครามได้มอบคุณค่าประโยชน์ต่อผู้คนแถบลุ่มน้ำสงครามอย่างมากมาย
จากการศึกษาสถานการณ์การแปรรูปปลาตากแห้งปัจจุบันตั้งแต่ต้นน้ำคือวัตถุดิบปลาในแหล่งลุ่มน้ำสงคราม กลางน้ำคือนักแปรรูปปลาตากแห้ง และปลายน้ำคือตลาดปลาตากแห้ง พบประเด็น ดังนี้ 1) ด้านวัตถุดิบ ปลาลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เป็นปลาจากแหล่งธรรมชาติ คุณภาพดีมาก แหล่งน้ำสะอาด ปราศจากสารพิษ ปลามีลักษณะพิเศษคือ เติบโตตามธรรมชาติในแหล่งน้ำที่สะอาดปราศจากสารพิษที่อันตรายต่อร่างกาย ปลาแข็งแรง เนื้อแน่น ไขมันดีสูง โปรตีนสูง และแคลเซียมสูง Pain Point คือ 1) ของดีแต่ขายแพงไม่ได้ ต้องขายถูก 2) ขายของได้แต่ไม่มีเงิน มีกำไรน้อยไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตในครอบครัว และจากการสำรวจพันธุ์ปลาน้ำจืดตั้งแต่เดือนมกราคม 2566-เดือนธันวาคม 2566 พบจำนวนพันธุ์ปลาน้ำจืด ในลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม ลดลงเหลือ 98 ชนิด 2) ด้านนักแปรรูปปลาตากแห้ง เป็นผู้ประกอบอาชีพทำปลาตากแห้ง มีทักษะในการทำปลาตากแห้งที่บรรพบุรุษรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วคน มีทักษะกระบวนการทำปลาตากแห้งที่หลากหลาย ซึ่งการประกอบอาชีพนี้ส่วนใหญ่เป็นคนกำเนิดในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เป็นคนท้องถิ่นและมีวิถีชีวิตหาอยู่หากินกับลุ่มน้ำสงครามแห่งนี้มานาน มีความรักความผูกพัน และห่วงแหนการประกอบอาชีพแปรรูปปลาตากแห้งนี้ Pain Point คือ ในกระบวนการการผลิตปลาตากแห้ง พบว่า กลุ่มผู้แปรรูปปลาตากแห้ง มีวิถีกระบวนการการผลิตปลาตากแห้งที่หลากหลาย ตั้งแต่กระบวนการในการแล่ปลา การล้างทำความสะอาดปลา การตากปลา และการเก็บปลาหลังตากแห้งแล้ว สะท้อนให้เห็นว่า 1) ผู้แปรรูปยังขาดทักษะในแปรรูปปลาตากแห้งให้ได้มาตรฐาน ตั้งแต่ กระบวนการในการแล่ปลา การล้างทำความสะอาดปลา การตากปลา และการเก็บปลาหลังตากแห้ง และ 2) สินค้าที่นำปลาตากแห้งมาแปรรูปยังไม่หลากหลาย 3) ด้านตลาดปลาแห้ง ปลาตากแห้งที่ผลิตได้จะถูกนำไปวางจำหน่ายหน้าบ้านของนักแปรรูปเอง คิดเป็นร้อยละ 90 และส่วนน้อยเป็นการขายในตลาดเทศบาลอำเภอศรีสงคราม ตลาดคลองถม และส่งต่างจังหวัด คิดเป็นร้อยละ 10 จะเห็นได้ว่าช่องทางการตลาดยังไม่หลากหลาย ทำให้โอกาสในการสร้างมูลค่า เพิ่มราคาให้กับสินค้าปลาตากแห้งยังไม่ดีเท่าที่ควร ตลอดจนรูปแบบของสินค้ามักขายปลาตากแห้งเป็นวง ไม่สามารถควบคุมปริมาณและน้ำหนักปลาตากแห้งของแต่ละวงได้อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้นักแปรรูปและผู้บริโภคเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันในทางธุรกิจ บรรจุภัณฑ์แต่เดิมคือการทำเป็นแผ่นที่มีลักษณะเป็นวง และนำวงปลาตากแห้งแต่ละแผ่นมามัดรวมกันด้วยยางรัดของสีแดง จำนวน 8-9 แผ่น/100 บาท ซึ่งหากบรรจุภัณฑ์มีความสวยงาม ความสะอาด รักษาความชื้นได้ดี และสามรถบ่งบอกแหล่งที่มาของสินค้า จะช่วยเพิ่มมูลค้าให้กับสินค้าได้ Pain Point คือ 1) บรรจุภัณฑ์ไม่น่าสนใจ 2) ตลาดสินค้าปลาตากแห้ง ยังไม่มีความหลากหลาย
จากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจชุมชน ตลอดต้นน้ำคือประมง กลางน้ำคือนักแปรรูปปลาตากแห้ง และปลายน้ำคือตลาดปลาตากแห้ง ของชุมชนเป้าหมาย จำนวน 5 ชุมชน ได้แก่ บ้านปากยาม บ้านยางงอย บ้านท่าบ่อ บ้านสามผง และบ้านศรีเวินชัย อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม พบว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจของต้นน้ำ ปลาสดในพื้นที่ที่ประมงชาวบ้านได้จากการขายปลาตลอดทั้งปี มีรายได้จากการขายปลาสด จำนวน 14,750,000.00 บาท/ปี (ร้อยละ 100.00) มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการออกหาปลา จำนวน 13,592,416.67 บาท/ปี (ร้อยละ 92.15) และมีกำไรจากการขายปลา จำนวน 1,157,583.33 บาท/ปี (ร้อยละ 7.85) ทั้งนี้มีสินทรัพย์รวม จำนวน 5,675,000.00 บาท มีผลตอบแทนจากการลงทุน 20.40% ต่อปี และมีอัตราต้นทุนของเงินลงทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเท่ากับ 15% ต่อปี ดังนั้น มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ จำนวน 306,333.33 บาท มูลค่าทางเศรษฐกิจกลุ่มผู้แปรรูปปลาตากแห้งลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง (กลางน้ำ) ในภาพรวมของกลุ่มผู้แปรรูปผลิตปลาตากแห้งลุ่มน้ำสงครามตอนล่างมีรายได้จากการขายปลาตากแห้ง จำนวน 2,924,000.00 บาท/ปี (ร้อยละ 100.00) มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตปลาตากแห้ง จำนวน 2,512,370.00 บาท/ปี (ร้อยละ 85.92) และมีกำไรจากการขายปลาตากแห้ง จำนวน 411,629.56 บาท/ปี (ร้อยละ 14.08) ทั้งนี้มีสินทรัพย์รวม จำนวน 211,610.00 บาท มีผลตอบแทนจากการลงทุน 194.52% ต่อปี และมีอัตราต้นทุนของเงินลงทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเท่ากับ 15% ต่อปี ดังนั้น มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ จำนวน 379,888.06 บาท ภาพรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจของตลาดซื้อขายปลาตากแห้ง (ปลายน้ำ) มีรายได้จากการขายปลาตากแห้ง จำนวน 4,285,410.00 บาท/ปี (ร้อยละ 100.00) มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตปลาตากแห้ง จำนวน 3,611,520.92 บาท/ปี (ร้อยละ 84.27) และมีกำไรจากการขายปลาตากแห้ง จำนวน 673,889.08 บาท/ปี (ร้อยละ 15.73) ทั้งนี้มีสินทรัพย์รวม จำนวน 2,711,610.00 บาท มีผลตอบแทนจากการลงทุน 24.85% ต่อปี และมีอัตราต้นทุนของเงินลงทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเท่ากับ 15% ต่อปี ดังนั้น มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ จำนวน 267,147.58 บาท
จากสถานนี้ทำให้เห็นว่า ปลาในแหล่งน้ำลุ่มน้ำสงครามเป็นปลาธรรมชาติคุณภาพดีมาก อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาด ปราศจากสารพิษ แต่จากสถานการณ์ทำให้ Pain Point ได้แก่ 1) “ของดีแต่ขายแพงไม่ได้ ต้องขายถูก” 2) “ขายของได้แต่ไม่มีเงิน มีกำไรน้อยไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตในครอบครัว” 3) ผู้แปรรูปยังขาดทักษะในแปรรูปปลาตากแห้งให้ได้มาตรฐาน ตั้งแต่ กระบวนการในการแล่ปลา การล้างทำความสะอาดปลา การตากปลา และการเก็บปลาหลังตากแห้ง 4) สินค้าที่นำปลาตากแห้งมาแปรรูปยังไม่หลากหลาย 5) บรรจุภัณฑ์ไม่น่าสนใจ และ 6) ตลาดยังไม่มีความหลากหลาย จาก Pain Point ข้างต้น ทีมผู้วิจัยเล็งเห็นว่า หากพัฒนาทักษะของผู้แปรรูปให้สามารถแปรรูปปลาตากแห้งให้มีคุณภาพ ได้รับการควบคุมมาตรฐานตั้งแต่กระบวนการตั้งแต่กระบวนการในการแล่ปลา การล้างทำความสะอาดปลา การตากปลา และการเก็บปลาหลังตากแห้ง จะสามารถยกระดับสิ้นค้าปลาตากแห้ง เพิ่มรายได้ให้กับเศรษฐกิจชุมชนได้ ควบคุมไปกับการพัฒนาสินค้าตัวใหม่ที่เป็นการนำปลาตากแห้งมาแปรรูปเป็นอาหารว่าง Snack ที่รับประทานได้ง่าย ซึ่งจะสามารถขยายฐานการบริโภคปลาตากแห้งในกลุ่มใหม่ ๆ ตลอดจนเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขายจากเดิมเป็น 8-9 วง/100บาท เป็น 2 แผ่น/40 บาท โดยแต่ละแผ่นมีน้ำหนักมาตรฐานที่กำหนด การเพิ่มตลาดใหม่ ๆ เพื่อขยายสินค้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคใหม่ ๆ เริ่มต้นจากร้านขายของฝากชื่อดังในจังหวัดนครพนม และร้านขายของฝากในสนามบินนครพนม ซึ่งกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้นอกจากจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจในชุมชน เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนได้แล้ว ยังสามารถช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศน์ในแหล่งน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ ของอำเภอศรีสงครามร่วมด้วย เนื่องจากจะทำให้การจับปลาในพื้นที่น้อยลง แต่สามารถสร้างมูลค่าราคาให้กับปลามากขึ้น
นำมาสู่โอกาสถ่ายทอดองค์ความรู้ในเรื่องการผลิตปลาตากแห้งและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้งที่มีอัตลักษณ์จากแหล่งน้ำแรมซาร์ไซด์ ในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ภายใต้ “คู่มือ การผลิตปลาตากแห้งและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้ง ลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม” ซึ่งองค์ความรู้ดังกล่าวนี้ ทางทีมผู้วิจัยได้มีการศึกษาวิจัยตามกระบวนการวิจัยอย่างดี ภายใต้โครงการวิจัย “โครงการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าของห่วงโซ่อุปทานปลาตากแห้งน้ำสงครามตอนล่าง” ของ ผศ.ดร.นุชรัตน์ มังคละคีรี (2567) เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย จากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ซึ่งจากผลการวิจัยได้องค์ความรู้ที่สามารถมาถ่ายทอดให้กับกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นนักแปรรูปปลาตากแห้งในพื้นที่ เพื่อพัฒนาศักยภาพยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผู้แปรรูปปลาตากแห้งลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ ของอำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ดังนี้ 1) พัฒนาศักยภาพนักแปรรูปปลาตากแห้งให้สามารถผลิตปลาตากแห้งที่มีอัตลักษณ์จากแหล่งน้ำแรมซาร์ไซด์ ในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม 2) พัฒนาศักยภาพนักแปรรูปปลาตากแห้งให้สามารถนำเอาผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้งมาแปรรูปในรูปแบบที่หลากหลายแต่ยังคงอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์จากแหล่งน้ำแรมซาร์ไซด์ ในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถของนักแปรรูปให้มีทักษะการผลิตที่ได้มาตรฐาน ยกระดับการนำสินค้าปลาตากแห้งในลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ยกระดับตลาดสินค้าใหม่ ๆ สร้าง Value คุณค่าการบริโภคสินค้าปลาตากแห้งในแรมซาร์ไซด์ เหล่านี้จะเป็นการยกระดับเศรษฐกิจของชุมชน สร้างรายได้และกระจายรายได้อย่างมีธรรมาภิบาล บนฐานการพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการระดับชุมชนในพื้นที่น้ำสงครามตอนล่างให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยความมั่นคงและยั่งยืน
การถ่ายทอดองค์ความรู้ในเรื่องการผลิตปลาตากแห้งและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้งที่มีอัตลักษณ์จากแหล่งน้ำแรมซาร์ไซด์ ในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ในครั้งนี้มีการจัดกิจกรรม 4 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 การทำแผนปฏิบัติงานการผลิตปลาตากแห้งและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้ง ลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม โดยใช้กระบวนการ SOAP analysis เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ประโยชน์ได้มองจุดแข็งของกลุ่มผู้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้ง โอกาสที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้ง แรงบันดาลใจและเป้าหมายของกลุ่ม และการนำตัวชี้วัด (KPI) มาใช้ในการวัดผลเป้าหมาย และแรงบันดาลใจที่ได้ กิจกรรมที่ 2 การพัฒนาศักยภาพการผลิตปลาตากแห้งให้คงอัตลักษณ์ลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม กิจกรรมที่ 3 การพัฒนาศักยภาพการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้น กิจกรรมที่ 4 ส่งเสริมการทำการตลาด ซึ่งในกิจกรรมที่ 2 3 และ 4 ทีมผู้วิจัยจัดประชุม อบรมเชิงปฏิบัติการ ให้กับ 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1) กลุ่มผู้แปรรูปบ้านยางงอย 2) กลุ่มผู้แปรรูปบ้านปากยาม 3) กลุ่มผู้แปรรูปบ้านสามผง และ 4) กลุ่มผู้แปรรูปบ้านศรีเวินชัย ซึ่งเนื้อหาการถ่ายทอดอยู่ภายใต้ “คู่มือ การผลิตปลาตากแห้งและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้ง ลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม” ภายในคู่มือ เนื้อหาประกอบด้วย 1.1 ปฎิทินปลาลุ่มน้ำสงคราม 12 เดือน 1.2 ขั้นตอนกระบวนการผลิตปลาตากแห้งให้มีคุณภาพ ตั้งแต่กระบวนการในการแล่ปลา การล้างทำความสะอาดปลา การตากปลา และการเก็บปลาหลังตากแห้ง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้งที่มีมาตรฐานและคุณภาพ 1.3 ขั้นตอนกระบวนการการแปรรูปปลาตากแห้งเป็นสินค้า Snack ที่สามารถรับประทานได้ง่าย รับประทานได้ทุกวัย มีทั้งหมดจำนวน 4 รสชาติ ได้แก่ รส Original รสต้มยำ รสหวาน และรสเผ็ด และ 1.4 Easy Cooking 3 เมนู คือ ข้าวผัดพริกแกงปลารากกล้วย สปาเก็ทตี้พริกแห้งปลาแขยง ปลาแห้งผลไม้รวม Mix fresh fruit and dried fish ขั้นตอนการทำความสะอาดปลาตากแห้ง สัดส่วนการปรุงรส กระบวนการประกอบอาหาร โดยมีสูตรเฉพาะจากเชฟที่มีประสบการณ์ในการประกอบอาหารทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 20 ปี
ตลอดการดำเนินกิจกรรมทั้ง 4 กิจกรรมจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับกลุ่มเป้าหมายทั้งก่อน และหลังการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ โดยก่อนการใช้ประโยชน์ประเด็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับกลุ่มเป้าหมายจะเป็นประเด็นในด้านความคาดหวังของกลุ่มเป้าหมายในเรื่องของการใช้ประโยชน์ แนวทางการนำองค์ความรู้เรื่อง “การผลิตปลาตากแห้งและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้ง ลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม” จากงานวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของผู้แปรรูปในการผลิตปลาตากแห้งให้ได้คุณภาพ คงอัตลักษณ์ปลาลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ และแนวทางการแปรรูปปลาตากแห้งที่หลากหลาย และระหว่างการใช้ประโยชน์ทีมผู้วิจัยจะเก็บรวบรวมข้อมูลในปัญหา อุปสรรค ความต้องการการสนับสนุน และรายได้ที่เกิดขึ้นจากการผลิตปลาตากแห้งและแปรรูปสินค้าปลาตากแห้ง ตลอดจนกำกับติดตามศักยภาพในการผลิตปลาตากแห้งและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้งลุ่มน้ำสงคราม ของกลุ่มนักแปรรูปเป็นระยะ ๆ (3, 6, และ 9 เดือน) หลังเก็บรวบรวมข้อมูลและกำกับติดตาม จะดำเนินการคืนข้อมูลความรู้ที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลและกำกับติดตามของกลุ่มเป้าหมาย (4, 7, และ 10-11 เดือน) เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดการปรับปรุง แก้ไขและพัฒนาในด้านศักยภาพในการผลิตปลาตากแห้งและแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้งในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีมาตรฐานและคุณภาพมากขึ้น
เมื่อการดำเนินกิจกรรมทั้ง 4 กิจกรรมเสร็จสิ้น จะได้ผลผลิตที่มอบคือ 1. คู่มือการถ่ายทอดการผลิตปลาตากแห้งและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้ง ลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม 2. แผนปฏิบัติงานการผลิตปลาตากแห้งและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาตากแห้ง ลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม 3. นักแปรรูปมีความรู้และทักษะการผลิตปลาตากแห้งและแปรรูปปลาตากแห้งที่ได้มาตรฐาน เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 60 4. ได้ต้นแบบปลาตากแห้งที่มีอัตลักษณ์เฉพาะของสินค้าปลาตากแห้งลุ่มน้ำสงครามแรมซาร์ไซด์ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม 5. ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่แปรรูปมาจากปลาตากแห้งลุ่มน้ำสงครามได้แก่ Snack 4 รสชาติ และ Easy Cooking เมนูอาหารประจำพื้นที่จากปลาน้ำสงคราม 6. แบรนด์สินค้าและบรรจุภัณฑ์ 7. แผนการตลาดด้วยโมเดลธุรกิจแคนวาส และ 8. เกิด Story ปลาตากแห้งลุ่มน้ำสงคราม แรมซาร์ไซด์ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เกิดความเชื่อ การบริโภคที่รู้คุณค่าของปลาจากแหล่งน้ำแรมซาร์ไซด์