สำหรับความแตกต่างของการเลี้ยงหมูชีวภาพต้นทุนต่ำของผู้ผ่านการฝึกอบรมระหว่างก่อนเลี้ยงหมูชีวภาพ
(ทั้งที่ผู้ที่เคยเลี้ยงหมูในระบบทั่วไปหรือไม่เคยเลี้ยงหมูมาก่อน) และหลังเลี้ยงหมูชีวภาพ สามารถสรุปในภาพรวมได้
ว่า ในมิติสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากที่ได้ปฏิบัติตามองค์ความรู้จากผลงานวิจัย สามารถลดกลิ่นเหม็นได้จริง ลดการใช้
ทรัพยากรน้ำ รวมถึงลดการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะ ในมิติด้านเศรฐกิจพบว่า หลังปรับมาเลี้ยงหมูแบบชีวภาพ
ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง สามารถลดการใช้อาหารสำเร็จลงได้ตัวละ (ขึ้นอยู่กับการให้หญ้าหมักทดแทนและ
คุณภาพของลูกหมูที่ซื้อมาเลี้ยง) สามารถลดต้นทุนค่าน้ำและค่าแรงงาน เนื่องจากไม่ต้องโกยขี้ไม่ต้องล้างคอก
นอกจากนี้ยังได้วัสดุปรับปรุงดินซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเลี้ยงจำหน่ายเพิ่มเป็นรายได้เสริมจากการเลี้ยงหมู
ชีวภาพด้วย ในส่วนของมิติด้านสังคม การเลี้ยงหมูชีวภาพต้องใช้ทั้งทักษะ/ความอดทน และความรู้ เกษตรกรจึงมี
การรวมกลุ่มกันแบ่งปันความรู้เทคนิคประสบการณ์ และทรัพยากร ทำให้มีการรวมกลุ่ม โดยมีผู้นำทั้งโดยตำแหน่ง
และผู้นำโดยธรรมชาติที่มีอยู่ในตัวเกษตรกรเองร่วมขับเคลื่อนเป็นเครือข่ายในชุมชน ทั้งนี้ประโยชน์ทางด้านสังคมที่
เกิดขึ้นอีกประการหนึ่งคือสามารถลดความขัดแย้งหรือการร้องเรียน เพราะไม่มีกลิ่น และเมื่อมีการผลิตเกิดขึ้นใน
ชุมชนทำให้มีการสร้างอาชีพสร้างงาน และยังสร้างความมั่นคงทางอาหารเนื่องจากชุมชนมีโอกาสเข้าถึงเนื้อหมู
ปลอดภัยได้ นับเป็นความพร้อมของเทคโนโลยีและความพร้อมด้านสังคมในระดับ 9 ที่มีการปฏิบัติเกิดขึ้นไป
พร้อมๆ กับการเรียนรู้ โดยมีหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียงเป็นแกน ซึ่งผู้ที่ลงมือปฏิบัติทุกคนสามารถอธิบายได้
ด้วยการกระทำอย่างมีเหตุมีผล ไม่ว่าจะประยุกต์การทำฟาร์มหลังบ้านตัวเองหรือรวมกลุ่มกันแบบวิสาหกิจชุมชน