การต่อยอดการเพิ่มมูลค่าภูมิปัญญาหัตถศิลป์ชนเผ่า เพื่อส่งเสริมชุมชนพึ่งตนเอง ของจังหวัดลำปาง มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อพัฒนาคู่มือองค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาหัตถศิลป์ชนเผ่าลาหู่ในการเสริมสร้างชุมชนพึ่งตนเอง และการถ่ายทอดภูมิปัญญาหัตถกรรมศิลป์ชนเผ่าลาหู่สู่การพัฒนาสัมมาอาชีพคนพิการในชุมชน รูปแบบการวิจัยเน้นปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยการคัดเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ กลุ่มอาชีพจักสาน ชาติพันธุ์ลาหู่ และกลุ่มเพื่อเพื่อนผู้พิการ ตำบลแจ้ซ้อน ซึ่งมีสมาชิกในพื้นที่จำนวน 40 คน เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม การจัดเวทีเสวนา รวมทั้งการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบความสัมพันธ์เชื่อมโยงตั้งแต่ 1) ต้นน้ำ ลงทุนด้วยทุนทางสังคมและวัฒนธรรมชนเผ่า ภายใต้ฐานคิด การใช้ทุนภายในชุมชน เน้นการพึ่งพากันเอง และพึ่งตนเอง และการมีทรัพยากรธรรมชาติที่พร้อมในชุมชน ถือเป็นต้นทุนมหาศาล เช่นไผ่หก ที่มีเฉพาะถิ่น ที่สูงจากน้ำทะเล 700-1,200 เมตร ภายใต้ การอนุรักษ์และส่งเสริมการปลูก ในพื้นที่ของสมาชิก ที่นำมาเสริมสร้างเสน่ห์และอัตลักษณ์ของชุมชน จะสะท้อนให้เห็นว่า บางอย่างมีทรัพยากรมหาศาลในชุมชน และเป็นเสน่ห์ของชุมชน ที่นำมาสู่จุดแข็ง ชูจุดขายได้ 2) กลางน้ำ แปรรูปผลิตภัณฑ์จักสานใหม่ ตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะ คือ กระเป๋าโน๊ตบุ๊คสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงความรู้ นวัตกรรมการสร้างต้นแบบบ้านลาหู่จากไผ่ไร้มอด ที่ไม่ใช้เครื่องทุนแรงสมัยใหม่ เพื่อเป็นสถานที่อนุรักษ์บ้านลาหู่ หนึ่งเดียว หมุดหมายแห่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่า หนุนเสริมเทคโนโลยีการจักตอกสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตการจักสาน การบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้การจักสานชนเผ่าลาหู่ เป็นศูนย์กลางการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ความรู้ของกลุ่มจักสานที่จะนำไปสู่การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้สำหรับประชาชนในชุมชน เป็นแหล่งเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้การสืบทอดภูมิปัญญา ลานวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เอกลักษณ์ของชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนด้านต่างๆ เช่น การจัดกิจกรรมการทำแผนพัฒนาชุมชนคนลาหู่ โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันจากการปฏิบัติเพื่อความผาสุกร่วมกันถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน เพื่อวิถีชีวิตของชนเผ่า เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนเปลงของชุมชน จนเกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ และมุ่งพัฒนาชุมชนแบบพึ่งตนเอง เพื่อให้เกิดการส่งเสริมชุมชนอย่างยั่งยืน จึงเป็นสถานที่ที่จะสร้างความผูกพันระหว่างคนในชุมชนกับเรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ โดยศูนย์เรียนรู้การจักสานในที่นี้ ใช้ชื่อว่า” ศูนย์เรียนรู้ การจักสาน ไผ่ ผ้าปักษ์ รักษ์บ้านลาหู่” เนื่องจากการจักสานเป็นวัตถุดิบหลัก มีผ้าปักเป็นวัตถุดิบรองและผสมในการจักสานบางผลิตภัณฑ์ การถ่ายทอดภูมิปัญญาตัดไผ่ไร้มอดและการจักสานชนเผ่าลาหู่สู่การพัฒนาสัมมาอาชีพคนพิการในชุมชน คือ การจักสานตะกร้าตาแหลว การทำน้ำย่านาง ใบเตย ใบไผ่ และขาตั้งไม้ และ 3) ปลายน้ำ เกิดการเชื่อมโยงการตลาดเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น สื่อดิจิทัล โปสเตอร์เพื่อการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และอัตลักษณ์ของกลุ่มจักสานลาหู่ ผ่านวรรณกรรมขับขาน จ๊อยซอ ที่ขับร้องโดยเยาวชน ตำบลแจ้ซ้อน การเปิดพื้นที่การขายสู่สากล โดยสมาชิกทายาทรุ่นใหม่ คือนางสาวศิรินทรา สานสุทธิวงค์ของบริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลกคือ ลาซาด้า กรุ๊ป และหนุนเสริมการคิดเชิงระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ได้แก่ การเพาะปลูกไผ่ และหวาย การแปรรูปและการสร้างมูลค่าเพิ่ม ของผลิตภัณฑ์