จากสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำสายบุรี ที่มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำซาก โดยลักษณะการการเกิดน้ำท่วมส่วนใหญ่ เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เช่น พื้นที่ตำบลบาตง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นพื้นที่กลางน้ำที่มีพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดยะลา ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี เนื่องด้วยที่ตั้งเป็นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยที่ติดกับแม่น้ำสายบุรีและมีภูเขาด้านข้างทางทิศตะวันตกของตำบลบาตงบางจุดเกิดดินถล่ม ด้วยสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อช่วงปลายปีพ.ศ.2566 ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถือเป็นน้ำท่วมรอบที่หนักสุดตั้งแต่เกิดมาข้อมูลจากผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ ชาวบ้านและชุมชนไม่คาดคิดว่าจะเกิดน้ำท่วมที่หนักละรุนแรงขึ้น จากสถานการณ์เนื่องด้วยมีฝนตกหนักตลอดระยะ 4-5 วันในพื้นที่ หนักสุดฝนตกช่วงวันที่ 25-26 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ที่มีระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วง 3 วันแรก โดยระดับน้ำอยู่ที่ความสูงระยะ 3 เมตรกว่า ปริมาณน้ำมาในช่วงกลางคืน ที่ทุกคนนอนหลับ ไม่มีการรับรู้ ไม่สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้า การจัดการเบื้องต้นชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่าต่างคนต่างต้องดูแลตัวเอง อพยพตัวเองและครอบครัวไปที่ปลอดภัย คำสำคัญที่ชาวบ้านสะท้อน “เราต้องเอาตัวรอดก่อน ถึงจะไปช่วยเหลือคนอื่น” จากสถานการณ์ช่วง 3 วันแรกที่หนักสุด ครัวเรือนขาดอาหาร และน้ำ เนื่องด้วยความเสียหายและผลกระทบ น้ำท่วมทุกหมู่บ้านทั้งตำบลบาตงจำนวน 8 หมู่บ้าน หมู่บ้านที่หนักสุด คือ หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 1 ข้าวของในบ้านเสียหายหมด หายไปกับน้ำ เช่น เครื่องครัว เสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่ม ที่นอน สิ่งอำนวยความสะดวก สัตว์เลี้ยงตายและสูญหาย บ้านเรือนเสียหายทั้งหลังจำนวน 24 หลังไม่มีที่อยู่อาศัยต้องอาศัยบ้านญาติ พื้นที่การเกษตรสวนผลไม้ ไร่อ้อยที่ติดแม่น้ำสายบุรีมีความเสียหายมาก ผลกระทบต่อเนื่องเกษตรกรไม่สามารถทำงานเป็นเดือน ไม่มีรายได้ รับจ้างทั่วไปทำงานไม่ได้ คนทำงานหน่วยงานหยุดงานเป็นอาทิตย์
ด้านการบริหารจัดการก่อนเกิดเหตุจากเหตุการณ์ในอดีตพื้นที่ประเมินว่ารับมือได้ แต่ช่วงเผชิญเหตุหรือระหว่างเกิดเหตุ ไม่มีความพร้อมในการรับมือ อุปกรณ์ไม่เพียงพอ เช่น เรือไม่พอมีอยู่จำนวน 3 ลำ (ปีล่าสุดมีเรืออับปาง เหลือ 2 ลำ) เสื้อชูชีพ เป็นต้น ช่วงเหตุการณ์วันแรกๆ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ทุกอย่างถูกตัดขาดจากภายนอก การช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นๆ ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยในช่วงแรกเนื่องจากขาดอุปกรณ์และคนไม่พร้อม การเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางและการอพยพล่าช้า การส่งอาหารไม่เพียงพอในช่วงวันแรกๆ บางหมู่บ้านกินวันละมือ จัดส่งอาหารไม่ทัน ระบบการสื่อสารไม่ดี หลังจากเกิดเหตุ การฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเป็นเดือน ขณะในปัจจุบันผ่านไปครึ่งปีการจัดการบ้านเรือนยังไม่เรียบร้อย การทำข้อมูลเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบมีความยุ่งยาก ไม่มีเกณฑ์ที่แน่นอน ด้วยหลักฐานไม่ครบ การเยียวยาล่าช้า และไม่เท่าเทียม ปัจจุบันยังมีตกหล่นอีกหลายครัวเรือนที่ไม่ได้รับการเยียวยาจากผลกระทบที่เกิดจากน้ำท่วม การเยียวยาเรื่องสัตว์เลี้ยงต้องเป็นสัตว์ที่ลงทะเบียนและเจอซากถึงจะมีการเยียวยา สัตว์เลี้ยงเยียวยาแค่ 5 ตัวต่อครัวเรือนเฉพาะตัวที่ลงทะเบียนเท่านั้น (ถึงลงทะเบียนเป็นร้อยตัวก็ได้ค่าเยียวยาแค่ 5 ตัว) ตัวละ 3,800 บาท การเยียวยาบ้านเรือนที่เสียหายทั้งหลังให้ครัวเรือน 49,500 บาท มีกรณีการร้องเรียนของชาวบ้านเรื่องการเยียวยาที่ใช้มาตรฐานไม่เท่ากัน (คนได้ก่อนที่ส่งหลักฐานครบรอบแรกได้เงินเยียวยาน้อย คนได้รอบหลังได้เงินเยียวยามากทั้งที่คนได้ก่อนมีหลักฐานที่ครบถ้วนกว่า เสียงสะท้อนจากพื้นที่) การบริหารจัดการภัยพิบัติในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าบางคนเป็นผู้ประสบภัย พยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยทันได้ทั้ง 8 หมู่บ้าน เลือกช่วยเหลือพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงและเป็นพื้นที่ประสบภัยที่หนักสุดก่อน ด้วยข้อจำกัดของบุคลากร ศักยภาพความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือที่มีบุคลากรไม่เพียงพอและเครื่องมือไม่พร้อม ทำให้ไม่สามารถรับมือต่อภัยพิบัติได้ทันท่วงที และช่วยเหลือทุกคนได้
ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงจากพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำสายบุรี พื้นที่ตำบลบาตง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาสเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ทางโครงการจึงมุ่งเน้นในการเพิ่มศักยภาพให้กับแกนนำ อาสาสมัครชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้งในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น ระดับลุ่มน้ำ โดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน และหนุนเสริมกลไกการทำงานระดับชุมชน ท้องถิ่น ระดับลุ่มน้ำใหเข้มแข็งพร้อมที่จะขับเคลื่อนงานการบริหารจัดการภัยพิบัติให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ในการจัดทำข้อมูลผังน้ำจุดเสี่ยงน้ำท่วม ข้อมูลความเปราะบาง แผนปฏิบัติการงานเผชิญเหตุ แผนการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ ในการบริหารจัดการภัยพิบัติเพื่อลดความเสี่ยงภัยพิบัติน้ำท่วมตลอดจนการเสริมสร้างกลไกเพื่อการขับเคลื่อนแผนงานสู่การนำไปปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ตลอดจนเกิดภาคีเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่ต่อไป